
ตะละแม่วีนัส
ทำไมผู้ชายโกหก ?
คำถามนี้ทำเอาผู้หญิงอยากร้องกรี๊ดให้หายแค้น คนรักกันทำไมต้องโกหกกันด้วย ช่างทำได้ลงคอ ไม่รู้สึกละอายใจหรือไร ความคิดแบบนี้จะวนเวียนสับสนอลหม่านอยู่ในสมองของฝ่ายหญิง
บางครั้งคำตอบก็ไม่ได้ซับซ้อนมากมายนัก อาจเป็นแค่เพราะเขารู้สึกว่ามันง่ายกว่าการบอกความจริงก็ได้ อาจเป็นเพราะเขาต้องการอะไรบางอย่างโดยที่ไม่ต้องขอความคิดเห็นของเรา หรือไม่ต้องการให้เราโกรธ ผิดหวังหรือแสดงความรังเกียจออกมา
ถ้าเป็นกรณีที่มีเหตุผลซับซ้อน ยากต่อการทำความเข้าใจ เขาก็จะฝังมันไว้ในส่วนลึกสุด โดยมีการโป้ปดหมดเท็จคำโตมาปิดบังหรือไม่ก็เสกสรรปั้นแต่ง แล้วแต่ความกะล่อนว่ามีมากน้อยแค่ไหน
ฝ่ายหญิงมักกระหายใคร่รู้ความจริงและต้องการคำอธิบายให้หายข้องใจ แต่ก่อนที่จะแหกอกล้วงข้อเท็จจริง ควรจำไว้ว่า ไม่มีทางได้ยินคำขอโทษจากปากผู้ชาย เขาเลือกที่จะโกหกต่อให้มีทางออกอย่างอื่นก็เถอะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นชายโฉดหาความดีไม่ได้ แต่เขาแสดงความรับผิดชอบด้วยการทรยศหลอกลวงเรา…แสบไหมคะ การบอกความจริงอาจเสี่ยงมากกว่า แต่เขาคิดว่าวิธีนี้เป็นทางเดียวที่จะรักษาความสัมพันธ์ฉันท์คนรักเอาไว้ได้ และถึงแม้มีคำอธิบายเป็นวรรคเป็นเวร แต่ก็เป็นเพียงข้อแก้ตัว ไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมต้องโกหก ดีไม่ดีจะทำให้เรายิ่งหงุดหงิดกว่าเดิมนะสิ
โกหกเพื่อป้องกันตัว
ผู้ชายใช้การโกหกเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด การถูกคุกคาม หรือความรู้สึกหลากหลายนานานับประการ เช่น ความทุกข์ ความกลัว และผลที่จะตามมาภายหลัง เขาโกหกเพื่อป้องกัน
- ภาพพจน์ของเขาในสายตาของเรา ในสายตาของโลก หรือในสายตาของตัวเขาเอง
- ความต้องการมีอิสระเสรี
- ความต้องการควบคุมตัวเอง ไม่ตกอยู่ในอำนาจของใคร
นอกจากนั้นยังใช้การโกหกพกลมเพื่อป้องกันตัวเองจากความกลัวต่างๆ เช่น
- เขากลัวว่าจะถูกเราทิ้งถ้าบอกความจริงออกไป
- เขากลัวว่าเราจะมีอำนาจเหนือเขา
- เขากลัวการขัดแย้ง การเผชิญหน้า และผลที่ตามมาภายหลัง
- เขากลัวว่าเราจะโกรธ
เหตุผลดูสับสนปนเปมั่วไปหมดระหว่างความต้องการกับความกลัว บางครั้งเขามองเห็นว่าการโกหกก็ดูเหมาะแก่กาละเทศะดี เขาจึงได้โอกาสเอาเปรียบได้แบ่งเบาความเดือดร้อนไม่สบายใจออกไปบ้าง ในที่สุดก็โกหกจนติดเป็นนิสัยฝังรากลึก คราวนี้ไม่เพียงแต่เอาตัวรอดสบายแฮ แต่เขายังรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจมากขึ้นด้วย
โกหกด้วยคำพูดสวยหรู
ความที่ต้องการสร้างภาพพจน์ให้ดูดีเลิศเลอเพอร์เฟ็คท์ ทำให้ผู้ชายบางคนเสกสรรปั้นแต่งเรื่องรายได้และชีวิตของตัวเองว่าโก้หรูเสียเหลือเกินเพื่อให้สาวประทับใจตาเบิกโพลง นอกจากนั้นยังเสริมเติมแต่งถึงงานการอันประสบความสำเร็จและความสามารถเก่งฉกาจแสนน่าทึ่ง ซึ่งไม่ตรงกับความจริงนัก
ตัวอย่างเช่น เขาบอกว่า กำลังวางแผนการสร้างคอนโดใหญ่โตหรูเลิศอลังการดาวล้านดวง หากสร้างเสร็จเมื่อไรรับเข้ากระเป๋าเนาะๆอย่างต่ำยี่สิบกว่าล้าน ทั้งที่ยังไม่มีสถาปนิกออกแบบให้เลยด้วยซ้ำ เรียกว่าเป็นความคิดฝันลมๆแล้งๆโดยแท้
ผู้ชายบางคนแอบไปเข้าห้องสนทนาภาษาเซ็กส์ พูดง่ายๆว่าไซเบอร์เซ็กส์ ทุกวี่ทุกวันวันละหลายชั่วโมงจนติดงอมแงม ครั้นถูกฝ่ายหญิงจับได้ก็ทำปากหวานยอมทุกอย่าง ให้เลิกก็เลิก ไม่เอาแล้วถ้าสิ่งนี้จะทำให้สุดที่รักไม่พอใจ แต่ไปๆมาๆก็ถูกจับได้คาจอว่ากำลังสนทนาอย่างเมามันอีกแล้ว
ฝ่ายหญิงโกรธสุดๆในฐานที่ถูกโกหกมากกว่าโกรธเรื่องเขาแอบมีเซ็กส์ออนไลน์ ความโกรธเกรี้ยวฉุนเฉียวยิ่งผลักดันให้เขาเข้าไปใกล้นิสัยที่เธอพยายามบังคับให้เขาเลิก อาการติดเซ็กส์ออนไลน์ทำให้เห็นความอ่อนแอทางจิตใจของเขา บทบาทของเธอจึงเข้าใกล้เคียงแม่เข้าไปทุกที เหมือนแม่ที่พยายามปกป้องลูกจากสิ่งชั่วร้ายในโลกนี้ นี่ยิ่งทำให้เขาต่อต้านและสร้างเกราะป้องกันตัวโดยอัตโนมัติ
ผู้ชายบางคนกลัวผู้หญิงโกรธยิ่งกว่าอะไร ต่อให้ตัวเองเป็นประธานบริษัทตำแหน่งใหญ่โตก็เถอะ บางคนสารภาพว่าเวลาถูกแฟนโกรธมันน่ากลัวมาก รู้สึกเหมือนช่วยตัวเองไม่ได้ รู้สึกกลัวว่าผู้หญิงจะสิ้นรักตัวเองแล้ว หรือถ้าร้ายที่สุดก็รู้สึกว่าอาจจะถูกทิ้ง
ของแบบนี้ต้องควบคุม
ไม่ใช่ให้เราควบคุมเขา แต่ให้เขาควบคุมตัวเอง การจับเข่าคุยกันช่วยได้มากในเรื่องนี้ ถ้าเราพยายามคุยกันให้ได้ทุกเรื่อง เปิดเผยและไม่มีความลับต่อกัน ความรู้สึกว่าต้องโกหกเรื่องบางเรื่องคงไม่เกิดขึ้น ในเมื่อเขาสบายใจ ไม่ต้องเกรงกลัว ไม่มีอะไรต้องปกปิด เขาก็สามารถบอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง หรือปรับทุกข์ให้เราฟังได้ มันอาจเป็นที่เราทำตัวราวนางพญา หรือห่างเหิน ไม่สนิทสนม เขาอาจมีความเกรงอกเกรงใจจนต้องหลีกเลี่ยงความจริง ซึ่งทำให้เราไม่สบายใจ เลยต้องโกหก คอยสังเกตสังกาหรือจับตาเขาห่างๆอย่าให้รู้สึกตัวเลยเชียว แล้วค่อยๆอาศัยความใกล้ชิดสนิทสนมให้เขาระบายออกมา ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง…เชื่อสิ
โกหกมีหลายแบบหลายประเภท ถ้าเบาๆปล่อยได้ปล่อยไป แต่ถ้าหนักหนาสาหัสนัก คงต้องลงโทษบ้างละ อันนี้แล้วแต่วิธีการส่วนตัวของใครของมันค่ะ