ลลิดา สันพินิจสุนทร และณัฐดนัย บุญยรัตผลิน
ใบหน้าเป็นธรรมชาติด้วยรองพื้นที่กลมกลืนไปกับผิวพร้อมมีสารบำรุงจะเลือกรองพื้น ที่เหมาะสมอย่างไร อ่านเรื่องราวที่บอกเล่าผลิตภัณฑ์ซึ่งช่วยให้ใบหน้าเรียบเนียนสวย
การดูแลผิวพรรณให้สดใสและเนียนนุ่มอยู่เสมออาจเป็นสิ่งสำคัญในอันดับแรกๆที่ผู้หญิงทั้งหลายปฎิบัติเป็นประจำทุกวัน แต่เพื่อที่จะให้ใบหน้าสวยดึงดูดสายตามากยิ่งขึ้นนั้น การเลือกเครื่องสำอางก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันโดยเฉพาะการเลือก ‘รองพื้น’ (FOUNDATION) ให้เข้ากับสีผิว
สมัยโบราณกาล เครื่องสำอางเป็นเสมือนยาใช้เพื่อการดูแลป้องกันเมื่อคราวจำเป็น การแต่งหน้าอยู่คาบเกี่ยวระหว่างความเป็นธรรมชาติกับวัฒนธรรม อันที่จริงการแต่งหน้านั้นมีเพื่อนำเสนอความรักสวยรักงามที่มีอยู่ภายในออกมาและยังพัฒนามาจากการตกแต่งร่างกายในพิธีทางศาสนาและการแสดงละครเวทีและเครื่องสำอางที่ถือเป็นพื้นฐานในการแต่งหน้าอย่างรองพื้นก็มีหลากรูปแบบและหลายเนื้อสัมผัสขึ้นอยู่ตามความเหมาะสมของสภาพผิว
อะไรคือรองพื้น
รองพื้นเป็นเครื่องสำอางหนึ่งที่เราคุ้นเคยกันดี ที่จริงแล้วรองพื้นคือเครื่องสำอางประเภทเม็ดสีที่สร้างขึ้นเพื่อใช้บริเวณใบหน้าและลำคอ (แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาเพื่อนำมาใช้กับร่างกายได้ด้วย) มีประโยชน์หลายประการตั้งแต่ช่วยเตรียมผิวให้เรียบเนียนไปจนถึงเนื้อที่เข้มข้นเพื่อปกปิดรอยแผล จุดด่างดำหรือแม้แต่ช่วยขับผิวให้ดูสว่างขึ้น โดยหลักๆแล้วจะมีส่วนประกอบจากบรรดาเม็ดสีซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากไอออน ออกไซค์ (iron oxide) หรือไททาเนียมออกไซค์ (titanium oxide) ขี้ผึ้งซึ่งเป็นส่วนประกอบในการสร้างความยืดหยุ่น เรียบเนียน ส่วนประกอบบางอย่างจากเซลลูโลส (cellulose) ที่ช่วยให้เนื้อรองพื้นมีความหนาช่วยปกปิดและยึดเกาะกับผิว สารกันบูด และน้ำหอม
ความแตกต่างของรูปแบบและเนื้อสัมผัส
แบบอิมัลชั่น (Emulsion) หรือมอยส์เจอไรเซอร์เจือสี (Tint Moisturizer) รองพื้นที่คล้ายกับครีมบำรุงผิวแต่มีสี ไม่ได้ให้ผลในการปกปิดมากนัก ช่วยในการสร้างความสว่างกระจ่างใสให้ใบหน้ามากกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งถึงผิวธรรมดา ส่วนผิวผสมและผิวมันเลือกที่เป็นแบบไร้น้ำมัน (oil free)
แบบครีม (Cream) มีส่วนผสมหลักคือน้ำมันและสารให้ความชุ่มชื่นเหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งถึงผิวผสมค่อนข้างแห้ง ปัจจุบันมีเทคโนโลยีสร้างสรรค์รองพื้นแบบครีมให้เหมาะกับสาวผิวผสมในลักษณะของ Balance Foundation ที่ให้ความชุ่มชื่นในบริเวณที่แห้งพร้อมควบคุมความมัน
แบบน้ำ (Liquid หรือ Fluid) เป็นรองพื้นยอดนิยมและเหมาะกับสาวไทยที่สุด เนื่องจากมีเนื้อสัมผัสบางเบา ง่ายในการเกลี่ยแต่สามารถช่วยปกปิด บางชนิดมีการผสมสารกันแดดลงไปด้วย
แบบเจล (Gel) มีลักษณะคล้ายมอยส์เจอไรเซอร์เจือสีและแบบน้ำ เนื้อสัมผัสบางเบา ไม่ปกปิดมากนัก มีเม็ดสีที่โปร่งแสงเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
แบบมูส (Mousse) เนื้อสัมผัสบางเบาถึงปานกลางคล้ายแบบเจล
แบบแท่ง (Stick) เป็นรองพื้นเนื้อค่อนข้างแข็ง สามารถใช้เป็นคอนซีลเลอร์ก็ได้ให้การปกปิดดีเยี่ยมแต่อาจค่อนข้างมันไปสักหน่อย แต่มีการพัฒนาให้มีเนื้อสัมผัสที่บางเบาขึ้น
แบบอัดแข็ง (Powder) ง่ายต่อการพกพาและใช้สอย สามารถใช้ได้กับฟองน้ำที่แห้งหรือหมาด บรรจุอยู่ในลักษณะคล้ายแป้งฝุ่นอัดแข็งหรือรูปแบบของแป้งผสมรองพื้นให้การปกปิดปานกลางไปจนถึงมาก
รองพื้นนวัตกรรมใหม่ (Air Touch Foundation) รองพื้นแอร์บลัชที่สะดวกในการพกพาที่ทำให้ใบหน้าของคุณดูมีสุขภาพดีดังผิวของเด็กแรกเกิด เนื่องจากเนื้อครีมที่พ่นออกจากหัวฉีดเป็นฟองละเอียดมีประจุไฟฟ้าบวกเมื่อพ่นมากระทบผิวซึ่งเป็นประจุไฟฟ้าลบแล้วจึงเติมเต็มผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยส่วนผสมสำคัญของ SK-ll คือพิเทร่าผสานกับส่วนประกอบที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว
วิธีเลือกสีรองพื้นให้เหมือนกับสีของผิวคุณมากที่สุด ทำโดยเลือกสีรองพื้นที่คิดว่าใช่มา 3 สีเกลี่ยลงบริเวณแก้ม ด้านล่างใกล้แนวขากรรไกรเพราะเป็นผิวที่เป็นกลางที่สุด เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างหน้าและลำคอ หลังจากนั้นเลือกสีที่เกลี่ยลงไปแล้วกลืนหายไปกับผิวหนังมากที่สุด อย่าทดลองเลือกสีรองพื้นกับบริเวณหลังมือหรือท้องแขน เนื่องจากผิวแต่ละส่วนย่อมแตกต่างกันและให้ลองกับแสงธรรมชาติหรือแสงไฟสีขาวเพื่อให้ได้สีที่เหมาะที่สุดการเลือกสีรองพื้นสำหรับสาวเอเชียนั้น โทนสีที่เหมาะสมคือรองพื้นโทนสีเหลืองไม่ใช่โทนสีชมพู สำหรับสาวผิวขาวอมชมพู ให้เลือกโทนสีเหลืองสว่างหรือเบจจะดีกว่า หากมีผิวสองสีไปจนถึงผิวคล้ำให้เลือกโทนสีธรรมชาติหรือออกเหลืองทองช่วยขับสีผิวแทนให้ผุดผ่อง ส่วนการเลือกรองพื้นเพื่อการแก้ไขรูปหน้านั้นให้ใช้ในโอกาสพิเศษหรือโดยช่างมืออาชีพจะดีกว่า
คอนซีลเลอร์คืออะไร
คอนซีลเลอร์คือเครื่องสำอางที่คล้ายกับรองพื้นแต่มีวิธีใช้และคุณสมบัติหลังการใช้แตกต่างกัน มีคุณสมบัติช่วยในการกระจายแสงเพื่ออำพรางหรือปกปิดพร้อมกับมีเม็ดสีที่เข้มข้นมากกว่ารองพื้น สามารถใช้ได้กับรอยคล้ำใต้ตา รอยแผล รอยสิว รอยสัก สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอหรือไฮไลต์ช่วยเสริมจุดเด่นบนใบหน้า ใช้เดี่ยวๆหรือควบคู่กับรองพื้นก็ได้ ในปัจจุบันมีการพัฒนาให้มีคุณสมบัติมากกว่าช่วยอำพรางหรือปกปิด นั่นคือช่วยบำรุงผิวตรงบริเวณรอบดวงตาหรือช่วยรักษาสิวให้แห้งเร็วขึ้น นอกจากนี้คอนซีลเลอร์ยังมีหลายรูปแบบไม่ต่างกับรองพื้น
ชนิดน้ำ (Liquid) เป็นชนิดที่ใช้ง่ายที่สุดเพียงใช้ปลายนิ้วหรือแปรงแต้มไปบนบริเวณที่ต้องการแล้วเกลี่ยอย่างเบามือก็ช่วยอำพรางรอยที่ไม่พึงปราถนาได้ แต่เน้นไปที่ช่วยกระจายแสงในบริเวณนั้นๆไม่ได้ช่วยปกปิดมากนัก สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวและทุกส่วนบนใบหน้า
ชนิดแท่ง (Stick) ให้การปกปิดร่องรอยหรืออำพรางจุดด่างดำได้อย่างดีเยี่ยม ใช้ควบคู่กับรองพื้นหรือใช้เดี่ยวๆได้เช่นกัน เหมาะกับทุกสภาพผิวและทุกส่วนบนใบหน้า
ชนิดปกปิดสิว (Blemish Cover Stick) ช่วยปกปิดรอยสิวหรือเม็ดสิวบางชนิดผสมตัวยาช่วยรักษาสิวให้แห้งเร็วหรือหากใช้ต่อเนื่องก็สามารถรักษารอยด่างดำที่เกิดจากสิวได้ด้วย ไม่เหมาะที่จะนำไปใช้ตรงบริเวณอื่นๆโดยเฉพาะรอบดวงตา
ชนิดใช้กับรอบดวงตา (Eyes Concealer) ใช้เฉพาะกับบริเวณใต้ตาที่ค่อนข้างบอบบางกว่าบริเวณอื่นๆให้ความชุ่มชื่นมากเป็นพิเศษ จึงไม่เหมาะที่จะใช้กับบริเวณอื่นโดยเฉพาะผู้ที่มีผิวค่อนข้างมันอาจเป็นสาเหตุของการอุดตันที่จะตามมา
การเลือกสีคอนซีลเลอร์ให้เหมาะสมและตรงกับสภาพผิวนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าคอนซีลเลอร์มีหลายสีที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
โทนสีเหลือง เป็นโทนที่ใช้ง่าย เหมาะในการใช้บนทุกส่วนของใบหน้าแต่บางเฉดที่มีสีเหลืองมากเกินไปอาจทำให้ดูซีดเซียวได้ แนะนำให้ใช้โทนสีนี้กับบริเวณรอยสิว ริ้วรอยต่างๆ หรือเลือกโทนที่สว่างอีกเล็กน้อยเพื่อใช้กับบริเวณใต้ดวงตา
โทนสีชมพู ใช้ในกรณีที่ต้องการปกปิดอย่างมิดชิดโดยเฉพาะรอยจุดด่างดำทั้งหลาย แต่แนะนำให้ใช้ในโอกาสพิเศษเท่านั้นเนื่องจากโทนสีชมพูอาจทำให้ใบหน้าดูหมองได้ง่ายกว่าโทนสีอื่นเมื่ออยู่บนใบหน้าเกิน 3-5 ชั่วโมง อาจใช้ควบคู่กับโทนสีอื่นอย่างโทนสีเหลือง
โทนสีส้ม เหมาะที่สุดในการปกปิดรอยหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตาเนื่องจากเป็นสีที่เป็นกลาง ไม่ทำให้บริเวณที่ใช้เกิดความหมองคล้ำหรือเปลี่ยนสีได้ง่าย
EXPERT ADVICES
สุรปรีย์ อชิรกุล หนึ่งในช่างแต่งหน้าฝีมือดีของวงการให้เคล็ดลับไว้ว่า “หากคุณเป็นสาวที่มีสภาพผิวดีอยู่แล้วอาจไม่จำเป็นต้องใช้รองพื้นเลยเพียงแค่ใช้คอนซีลเลอร์เกลี่ยเบาๆ บริเวณใต้ตาปกปิดรอยสิวหรือจุดที่ต้องการอำพราง แต่ถ้าต้องการใช้เพื่อให้เครื่องสำอางติดทนนานก็ให้เลือกใช้ชนิดมอยเจอไรเซอร์เจือสี (Tinted Foundation) หรืออาจใช้ชนิดครีมเพื่อความชุ่มชื่นแก่ใบหน้าและติดทนมากยิ่งขึ้น เช่น Strobe Cream ของ M.A.C ส่วนคนที่มีอายุมากขึ้นมีริ้วรอยและปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอให้เลือกใช้แบบ Fluid เพราะถ้าคุณใช้รองพื้นที่มีเนื้อหนาจะทำให้มองเห็นริ้วรอยมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็ให้แตะครีมที่มีเนื้อประกาย (Shimmer) และคอนซีลเลอร์เบาๆตรงที่มีริ้วรอยย่นเท่านั้นก็พอ

- La Mer The Treatment Fluid Foundation SPF15 ราคา 3,500 บาท
- Bobbi Brown Foundation Stick ราคา 1,450 บาท
- Laura Mercier Tinted Moisturizer SPF20 Oil-Free ราคา 1,700 บาท
- Sisley Phyto Teint Eclat Fluid Foundation ราคา 3,500 บาท
- Clarins True Comfort Foundation Light Reflecting SPF15 ราคา 1,650 บาท
- RMK Stick Foundation ราคา 1,750 บาท
- Shiseido The Makeup Dual Balancing Foundation ราคา 1,400 บาท
- Guerlain Fleur de Teint Ultra Mat Perfect Wear Foundation ราคา 2,000 บาท

- Chanel Blanc Essentiel Whitening Spot Concealer SPF25/PA++ ราคา 1,980 บาท
- M.A.C Select Cover-Up ราคา 700 บาท
- Este´ e Lauder Re-Nutriv Intensive Concealing Duo ราคา 2,300 บาท
- Make Up For Ever Camouflage ราคา 1,755 บาท
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Harper's Bazaar ฉบับภาษาไทย