เชื่อไหมว่า คุณสามารถมีผมสวย ดูดีได้ทุกวัน ตลอดทั้งปี เพียงแค่จัดตารางเวลาง่ายๆ ให้กับการดูแลเส้นผมของคุณ...

แม้ว่าเรื่องของพันธุกรรมจะมีผลอย่างมากต่อความงามของเส้นผม แต่ใช่ว่าหากเกิดมาผมไม่สวยแล้วจะใช้เทคนิคช่วยให้ผมดูสวยไม่ได้นี่ เพียงปรับไลฟ์สไตล์สีกนิด แล้วคุณก็จะมีโอกาสเป็นเจ้าของเรือนผมสลวยสวยเก๋ได้ทุกวัน!
ฝึกให้เป็นนิสัย
เริ่มต้นด้วยการตัดผมสุดเจ๋ง: ถ้าอยากได้ผมเริ่ดทุกวัน ต้องเริ่มจากการตัดผมที่ดีเลิศ ซึ่งไม่ใช่แค่การตัดตามแฟชั่น หรือเลือกช่างผมราคาแพงเท่านั้น แต่การจ้ดแต่งทรงผมที่ดีต้องพิจารณาถึงประเภทเส้นผมของคุณ โครงหน้า และการใช้ชีวิตประจำวันของตัวคุณเองด้วย ไม่ว่าคุณจะมีความสามารถในการจัดแต่งทรงให้ดูสวยเพียงใดแต่หากผมของคุณตัดมาไม่ได้เรื่อง การจัดทรงให้เข้าที่เข้าทางก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นการตัดผมที่ออกมาได้ทรงสวยและเข้ารูป ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้คุณมีผมสวยได้ทุกวัน
สระผมทุกวัน
เส้นผมก็เหมือนผิวหน้าที่ต้องใช้หลักการรักษาความสะอาดแบบเดียวกัน แม้ว่าจะมีการพูดกันว่าการสระผมบ่อยๆ จะทำให้เส้นผมรวมทั้งหนังศีรษะแห้ง หรือทำให้เส้นผมฟุ้งฟูไม่เป็นทรง แต่ปัญหานั้นจัดการได้โดยง่าย เพียงเลือกใช้แชมพูและคอนดิชันเนอร์ที่เหมาะกับสภาพผมของคุณ แต่ถ้าคุณบอกว่าคุณไม่มีเวลาสระผมทุกวันหรอก อย่างน้อยขอให้ราดน้ำให้เส้นผมเปียกวันที่ไม่สระผมเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกและน้ำมันที่ติดอยู่บนเปลือกผมออกสักนิด ผมคุณจะได้ไม่ลีบแบนด้วยน้ำมันหรือเหงื่อที่เกิดขึ้นระหว่างวัน วิธีสระผมให้ถูกหลักเริ่มต้นด้วยการหวีผมให้ผมไม่พันกัน แล้วสระผมด้วยน้ำเย็น ถ้าไม่ชอบน้ำเย็นอนุโลมให้ใช้น้ำอุ่นได้ แต่อย่าใช้น้ำร้อนเกินไป เพราะความร้อนจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ผมดูมันเยิ้ม ไม่น่ามอง ในขณะที่สระผมให้ใช้ปลายนิ้วนวดศีรษะอย่างนุ่มนวล แล้วล้างฟองออกให้น้ำสะอาดใส ถ้ายังมีผลิตภัณฑ์ยังคงตกค้างบนหนังศีรษะ เส้นผมของคุณจะดูหมองไม่มีชีวิตชีวา
สัปดาห์ละครั้ง
หาเวลาให้เส้นผมได้พักผ่อนบ้าง โดยปล่อยผมให้ได้มีโอกาสแห้งตามธรรมชาติอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพราะทุกครั้งที่คุณเป่าไดร์ผมด้วยความร้อนหรือดึงผมเพื่อไดร์ตรง เส้นผมของคุณจะเกิดความเครียดและส่งผลต่อสุขภาพผมด้วย การปล่อยให้ผมแห้งตามธรรมชาติบ้างอาจทำให้คุณได้ค้นพบสไตล์ผมใหม่ๆ ที่ดูน่ารักแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงเรื่องของการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรง การกระหน่ำใส่ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเป็นประจำยังก่อให้เกิดการตกค้างของผลิตภัณฑ์บนเส้นผม อันเป็นสาเหตุให้ผมหนักและจัดไม่เป็นทรงไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ตาม ดังนั้นใน 1 สัปดาห์ควรมีสักวันที่คุณจะไม่ใส่ผลิตภัณฑ์อะไรเลยบนเส้นผม เพื่อให้เส้นผมได้หายใจสบายๆ สักวัน
เช็คสุขภาพผม เดือนละครั้ง
การดูแลเส้นผมนั้นต้องฝึกกันให้เป็นนิสัยให้เหมือนกับที่เราดูแลผิวโดยใช้หลัก 3 ขั้นตอน คือ “ทำความสะอาด-กระชับ-บำรุง” สำหรับเส้นผม นอกจากการทำความสะอาดและบำรุงเป็นประจำแล้ว ยังต้องมีการทำทรีทเมนท์บำรุงอย่างล้ำลึกเป็นประจำเพิ่มเข้าไปด้วย แนะนำให้ทำทรีตเมนท์ที่เหมาะกับปัญหาเส้นผมของคุณประจำทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นทรีตเมนท์สำหรับผมแห้ง หนังศีรษะ ทำดีท็อกซ์ผม ฯลฯ โดยรับคำแนะนำจากช่างผม รับประกันว่าถ้าคุณทำเช่นนี้ได้เดือนละครั้ง ผมของคุณจะแวววาวราวกระจกเงาเลยทีเดียว
จัดการกับแปรงหวีผมทุก 3 เดือน
รู้หรือเปล่าว่า แปรงหวีผมที่คุณใช้นั้น เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดีเลยทีเดียว ดังนั้นคุณควรทำความสะอาดแปรงของคุณด้วยการล้างทำความสะอาดด้วยสบู่หรือแชมพูทุก 3 เดือน หรือถ้าแปรงมีสภาพเยินมากขนาดว่าหวีแล้วเจ็บหนังศีรษะ คงได้เวลาทิ้งไปซะ แล้วหาแปรงอันใหม่มาเป็นเจ้าของได้แล้ว
แต่งนิดเติมหน่อยทุก 6 สัปดาห์
คุณควรกลับไปหาช่างประจำของคุณทุกๆ 6-8 สัปดาห์ ไม่ว่าจะไปเล็มรักษาทรงให้เข้ารูป หรือทำสีผมเพิ่มสำหรับโคนผมที่งอกออกมา
ความถี่ในการเล็มผมนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผมและพฤติกรรมดูแลเส้นผมของคุณ ถ้าคุณเป่าผมทุกวันและผมที่แห้งเสีย ควรเล็มผมทุก 6 สัปดาห์ แต่หากผมของคุณสุขภาพดีและแข็งแรง คุณอาจปล่อยเวลาไว้นานกว่านั้นได้
สำหรับความถี่ในการเติมสีผมขึ้นอยู่กับประเภทสีที่คุณทำ เช่น ถ้าทำสีผมแบบถาวร คุณควรกลับไปเติมสีโคนผมเมื่อผมที่งอกใหม่ยาวจนเห็นชัด ซึ่งมักกินเวลาราว 6-8 สัปดาห์ หรือหากทำสีบลอนด์สว่าง เมื่อผมดำธรรมชาติของคุณงอกขึ้นมาใหม่เพียงนิดก็อาจดูน่าเกลียดทันที ดังนั้นอาจต้องกลับไปร้านเร็วกว่า 6 สัปดาห์ก็ได้
ปรับโฉมใหม่ทุก 6 เดือน
ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อว่าทุกครั้งที่คุณเปลี่ยนทรงผมใหม่ หรือทำสีผมใหม่ ความมั่นใจของคุณจะเพิ่มขึ้นอีกมาก เราแนะนำให้คุณประเมินลุคของคุณทุกๆ 6 เดือน ถ้าดูแล้วเริ่มไม่ดี ลองไปปรึกษาช่างผมของคุณให้แนะนำเทรนด์ผมใหม่ๆ หรือสีผมที่กำลังฮิตเพื่อช่วยปรับโฉมให้คุณดูสดใสยิ่งขึ้น ถ้าคุณปรับลุคตัวเองได้ทุก 6 เดือนเช่นนี้ รับรองว่าไม่มีใครกล้ามาว่าคุณเป็นยัยเชยแน่นอน!
ปีละครั้ง ทิ้งมันไป!
ใช่ว่าของดีจะดีตลอดไป ทุกสิ่งทุกอย่างมีอายุขัยทั้งสิ้น ตั้งแต่อุปกรณ์อย่างไดร์เป่าผมไปจนถึงแฮร์สไตลิสท์คนเก่งของคุณ! เริ่มต้นที่ไดร์เป่าผม อย่าคิดว่าไดร์เป่าผมของคุณจะคงทนตลอดไป พอได้เวลาครบปี ลองดูดีๆ ซิว่า ไดร์เป่าผมของคุณเริ่มจะมีกำลังถดถอย ไม่แรงเท่าเดิม หรือไม่ร้อนเท่าที่เคยเป็นหรือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้นคงได้เวลาพิจารณาตนเองแล้ว!
อีกเรื่องที่พลาดต้องประเมินรายปี ก็คือ ช่างทำผมประจำตัวของคุณ แม้ว่าเขาจะเก่งปานใดแต่ก็มีวันฝีมือตกได้ ประเมินดูว่าเขาตัดผมได้เป็นทรงและดูเก๋แค่ไหน สีผมที่เขาทำมีคนชมหรือไม่ ผมที่เขาดัดทำให้ผมเสียไหม ฯลฯ ถ้าประเมินแล้วพบว่าช่างคนนี้ไม่สามารถมอบสิ่งที่คุณต้องการได้ อย่ากลัวที่จะตัดสัมพันธ์กับเขา แล้วมองหาช่างผมคนใหม่ที่จะมอบความพอใจสูงสุดให้กับคุณ และจำไว้อีกอย่างว่า ช่างผมที่เก่งไม่จำเป็นต้องแพง และในขณะเดียวกันช่างผมที่แพงก็ไม่ได้แปลว่าเก่งเสมอไป
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Hair ฉบับภาษาไทย