ปฏิบัติการรัก เป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญในชีวิตของคนเรา เหมือนกับทุกๆ สิ่งที่ต้องมีพัฒนาการเพื่อให้สิทธิภาพดีขึ้น หลายคนจึงพยายามเพิ่มพูนสมรรถภาพทางเพศโดยเฉพาะการเติมพลังรักด้วยอาหารและสมุนไพรเพราะดูจะปลอดภัยที่สุด
อวัยวะสืบพันธุ์จะทำหน้าที่ได้ดีมีประสิทธิภาพเพียงไรย่อมขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกายเป็นหลัก ระบบไหลเวียนของเลือดคล่องตัว มีความสมดุลของสารอาหารในร่างกายอย่างผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพของอวัยวะสืบพันธุ์ลดลงด้วย หรือบางคนที่รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานในการเผาไหม้สูงตามไปด้วย ตับต้องทำงานหนัก ประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดจึงลดลง เป็นต้น
ส่วนเรื่องของสมุนไพรกับสมรรถภาพทางเพศเป็นของคู่กันในสังคมไทย แต่ข้อเสียของยาพื้นบ้านหรือสมุนไพรไทยคือยังไม่มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในผลต่อร่างกายในระยะยาวที่ชัดเจนมารองรับ ดังนั้นถ้าคิดจะลองใช้สมุนไพรก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัยไว้ด้วย โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์หรือผู้ที่ต้องให้นมลูก กลุ่มนี้ห้ามลองเด็ดขาด แม้ว่าสมุนไพรจะได้มาจากธรรมชาติแต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าจะไม่เป็นพิษหรือไม่มีอาการข้างเคียง แต่ตอนนี้มาดูกันก่อนว่ามีสมุนไพรตัวไหนที่น่าสนใจบ้าง
โสม(Ginseng)
โสมของท้องถิ่นเอเซีย หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Panax ginseng นั้น เป็นที่กล่าวขานว่ามีสรรพคุณทางเพศมานานกว่า 5,000 ปี หมอจีนใช้รักษาสารพัดโรค มีรายงานว่าโสมสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้ ช่วยให้ร่างกายรบกับความเครียดและชะลอความชราได้ ยังสามารถเพิ่มสมรรถนะของร่างกาย และความทนทานทางเพศได้ด้วย
โสมมีฤทธิ์กระตุ้นอ่อนๆ ซึ่งเชื่อกันว่าการที่โสมสามารถเพิ่มพลังทางเพศได้เกิดจากการไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมนเพศ หรือฮอร์โมนกลุ่มที่เสริมการทำงานของร่างกายเพราะองค์ประกอบบางส่วนของโสมมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเพศชาย “ไฟโตรแอนโดรเจน” โสมสามารถเพิ่มการสร้างเชื้ออสุจิ และช่วยให้อสุจิขยันเคลื่อนไหวขึ้นบำรุงระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายให้สะดวกขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณเจ้าน้องชายให้แข็งขันขึ้นด้วย
ทางองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริการะบุว่าโสมนั้นปลอดภัย ถ้าบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม แต่ก็พบว่ามีอาการข้างเคียงด้วยเหมือนกัน เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ถ้ากินมากเกินไปก็อาจทำให้กระสับกระส่ายนอนไม่หลับได้ และที่ต้องระวังคือให้หยุดกินทันทีที่มีอาการท้องเสีย นอนไม่หลับ คลื่นไส้ และอาเจียน
ห้ามกินโสมพร้อมกับยาอื่นที่มีฤทธิ์กระตุ้น และห้ามกินโสมพร้อมกับแอสไพรินหรือยาที่มีฤทธ์ต้านการแข็งตัวของเลือด และอย่ากินโสมในช่วงสองสัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะอาจมีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือด อย่ากินโสม ถ้าหากคุณป่วยเป็นโรคของระบบหัวใจและหลอดเลือดหรือโรคเรื้อรังของระบบทางเดินอาหาร และสำคัญที่สุดคือ ก่อนกินโสม คุณควรปรึกษาหมอของคุณก่อนเสมอ
แปะก้วย(Gingko biloba)
เป็นสมุนไพรเก่าแก่ที่มีความเป็นพิษค่อนข้างต่ำ และที่ใช้ในเชิงสมุนไพรก็จะเป็นส่วนของใบ โดยมักจะอยู่ในรูปสารสกัดจากใบแปะก้วย ไม่เหมาะที่จะใช้ชงเป็นชาเพราะมีสารบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ใบแปะก้วยช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ขยายหลอดเลือดแดง เลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้นจึงอาจช่วยลดอาการหลงลืมในผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ดังนั้นจึงอาจช่วยผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้องชายไม่สู้ที่มีสาเหตุจากความผิดปกติของระบบหลอดเลือดได้เช่นกัน
ใบแปะก้วยไม่มีพิษในระยะยาว และมีอาการข้างเคียงน้อยมาก ถ้ามีก็อาจเป็นเพียงปวดหรือเวียนศีรษะ หรืออาการปั่นป่วนในท้อง ข้อห้ามคือไม่ให้กินร่วมกับแอสไพรินและยาห้ามการแข็งตัวของเลือด เพราะจะมีปัญหาเรื่องเลือดออกได้ และอย่ากินในช่วงสองสัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะอาจมีปัญหาเรื่องเลือดหยุดยาก
มะเขือแจ้เครือ (Polygala Crotalariodes Ham.)
เป็นสมุนไพรไทยเรา ที่ใช้ส่วนรากมาทำเป็นยา จะมีรสออกขมๆ เฝื่อนๆ อมเปรี้ยวเล็กน้อย ว่ากันว่าสามารถเพิ่มความกำหนัดแก้อาการกามตายด้านได้ เป็นสมุนไพรที่ใช้ร่วมกับสมุนไพรอีกหลายตัวในสูตรยาแก้อาการเสื่อมทางเพศของชาวเหนือ
โด่ไม่รู้ล้ม (Elephantopus Scaber Linn.)
เป็นสมุนไพรไทยที่มีชื่อน่าสนใจที่สุด ชื่อเรียกจะแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น หญ้าไก่นกคุ้ม หญ้าสามสิบสองหาบ หนาดผา หญ้าปราบ ด้านสรรพคุณนั้น ทางแพทย์แผนไทยระบุว่าใช้แก้ปัสสาวะพิการและบำรุงความกำหนัดได้ ส่วนที่ใช้ คือทั้งต้น โดยที่มีรสชาติกร่อยออกไปทางขื่นๆ
ม้ากระทืบโรง (Ficus Fovealata Wall.)
มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า เดื่อเครือ ม้าทะลายโรง ม้าคอกแตก มันฤาษี กาโร มีสรรพคุณบำรุงความกำหนัดและยังช่วยบำรุงโลหิต แก้ปวดเมื่อย แก้ประดงเลือดได้ด้วย วิธีใช้นั้นให้เอาเถานำมาดองสุรา หรือนำไปต้มแล้วเอามาดื่มก็ได้
นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่นำมารวมกันเป็นตำรับยาโบราณเพื่อช่วยเพิ่มพลังทางเพศ ส่วนใหญ่จะนำมาดองกับสุราเป็นยาดองเหล้า ถ้าดื่มแต่น้อยจะรู้สึกเลือดลมเดินดี กระชุ่มกระชวยแน่นอน เพราะดีกรีของแอลกอฮอล์นั่นเอง ส่วนตัวยาสมุนไพรจะมีผลแค่ไหน อันนี้ไม่มีใครรับรอง
ไฉนจึงไร้ความกระชุ่มกระชวย (Sex downers)
-
จิตใจ มีความกังวล ความเครียด เป็นเหตุที่พบมากที่สุด
-
โรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคของไขสันหลังก็ทำให้เจ้าน้องชายไร้เรี่ยวแรง
-
แอลกอฮอล์ เมื่อดื่มช่วงแรกจะออกฤทธิ์กดการทำงานของสมอง ทำให้คุณไม่ค่อยเขินอาย และกล้าทำอะไรๆ มากกว่าปกติ แต่พอดื่มต่อไปการกดสมองจะมากขึ้น จนทำให้มีปัญหาของประสิทธิภาพตามมาได้
-
สูบบุหรี่ จะทำให้มีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะเพศน้อยลง ในผู้ชายจะทำให้เจ้าน้องชายแรงดีเพียงวูบแรก จากนั้นก็จะระทวยไร้กระบวนท่าอย่างรวดเร็ว ส่วนในผู้หญิงนั้นบุหรี่จะไปทำให้การหลั่งสารหล่อลื่นภายในช่องคลอดลดน้อยลง เนื่องจากมีเลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นน้อยลง
-
ยาบางชนิดจะลดความต้องการทางเพศลง เช่น ยาลดอาการซึมเศร้าบางชนิด ยาแก้แพ้ประเภท anti histamines ที่ทำให้รู้สึกง่วงซึมจะลดสมรรถนะทางเพศลงด้วย
ดังนั้นการรักษาสุขภาพดี การเลือกอาหารที่มีประโยชน์ ทำใจให้สงบเบิกบาน ออกกำลังกาน และงดสิ่งต่างๆ ที่เป็นเหตุให้สมรรถภาพถดถอยดังกล่าว ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติภาระกิจกับคู่รักของคุณเป็นไปด้วยดี แต่สนใจจะใช้สมุนไพรเพื่อช่วยเสริมพลังรักก็อย่าลืมว่าก่อนจะใช้สมุนไพร ปรึกษาหมอของคุณก่อนซักนิดก็ดีนะครับ เพราะขึ้นชื่อว่ามีฤทธิ์ทางยานั้นต้องระวังทุกชนิดครับ
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Health Today