เรื่อง พิมพิดา กาญจนเวทางค์ ภาพ อัษฎาวุธ ซารัมย์ สไตล์ มัทนา สนิทวงศ์
ผนังสีแดงของบริเวณรับแขกแต่งด้วยภาพวาดเทพเจ้าเย้า (YAO) ชนเผ่าเย้าจะให้หัวหน้าเผ่าเชิญวิญญาณเทพเจ้ามาอาศัยในภาพวาด เมื่อภาพเก่าก็จะวาดขึ้นมาใหม่ โต๊ะรับประทานอาหารสั่งทำจากเชียงใหม่ เก้าอี้จีน 5 ตัวจาก 4 เมืองในประเทศจีน แชนดะเลียร์จากยุโรปตะวันออก พรมจากประเทศอินเดีย

ท่ามกลางความทันสมัยของย่านสุขุมวิท ห้องชุดของ สัมพันธ์ และอรสา กลับซ่อนเสน่ห์อันน่าค้นหาของโลกตะวันออกไว้มากมาย จนเราต้องตกหลุมรัก
การต้องออกจากบ้านมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ตอนอายุ 16 ปี และการไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ได้บ่มเพาะทำให้ ตุ๋ม - อรสา Insight Beverage Manager ของบริษัท PEPSICO International, เจ้าของร้านแอนทีค Oriental Origin และร้านเสื้อ Oriental Closet จังหวัดภูเก็ต เป็นผู้หญิงที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และทำให้เธอเชื่อว่าการอยู่คนเดียวเป็นความสุขที่สุดที่ผู้หญิงหนึ่งคนควรจะมี หากแต่ในวันที่ได้พบกับ แซม - สัมพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายขายของ Air France และนักเขียนอิสระให้กับนิตยสาร Starpics และ Audio File กลับทำให้เธอต้องคิดใหม่ว่าชีวิตอาจต้องการใครสักคน “วันนั้นต้องทำงานดึก และไม่ได้ทานอะไรทั้งวัน บังเอิญเดินออกไปเจอแซมที่ลิฟท์กำลังจะกลับบ้าน เขาอาสาจะไปซื้อโดนัทให้ ปรากฎว่าพอไปถึงร้านโดนัทฝนตกระเนระนาดลงมา เขาถือถุงโดนัทเปียกกลับมาเลยรู้สึกว่าในโลกนี้ยังมีผู้ชายน่ารักเหลืออยู่เหมือนกัน” อรสาเล่าให้ฟังถึงการเริ่มต้นของชีวิตคู่

ห้องครัว
“เราไม่คิดจะมีปาร์ตี้ ไม่อยากให้ใครมาบุกรุกความเป็นส่วนตัวเรามาก เราอยากให้เป็นห้องที่ใช้กันสองคนจริง ๆ ขนซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ มาจาก Galleries Lafayette (กรุงปารีส) หมด อยากใช้ทุกวัน พยายามทำให้ดี เพื่อจะทำให้อยากไปเรียนทำกับข้าว” อรสายิ้มพลางอธิบายแชนดะเลียร์จาก Bellitas แขวนอยู่เหนือโต๊ะกินข้าวมันไก่ในสมัยก่อนหน้าห้องครัวแต่งด้วยประตูบ้านของชาวเนปาลในท่าถวายของให้เทพเจ้า
ทั้งคู่คบกันได้ประมาณ 1 ปี ก็ตัดสินใจแต่งงาน เธอเล่าต่อว่า “การที่ตัวเองเป็นผู้หญิงทำงานก็เลยคิดหนักเหมือนกัน ว่าแต่งงานแล้วจะต้องดูแลคนอีกคนหนึ่ง ถ้ามีลูกก็ต้องดูแลคนเพิ่มขึ้นอีก ไม่แน่ใจว่าพร้อมจะรับผิดชอบหรือเปล่า แต่พอคิดว่าการอยู่ที่ทำงานถึงตี 2 ตี 3 อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ต้องการ พอหมดวันเราก็อาจต้องการใครที่คุยด้วย วันที่รู้สึกแย่จากที่ทำงาน จะอยากกลับบ้านเพราะรู้ว่ามีใครสักคนรออยู่ แม้จะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา ก็ยังดีกว่ากลับไปบ้านแล้วต้องนั่งบอกตัวเองว่า ‘เฮ้อ พรุ่งนี้เอาใหม่แล้วกัน!’ ”
หลังการแต่งงาน ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพ่อแม่ของสัมพันธ์ นานถึง 5 ปี จนเริ่มรู้สึกอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง “เราไม่เคยรู้เลยว่าการดูแลครอบครัวตัวเองยากไหม และจะไม่มีวันรู้จนกว่าจะได้อยู่กันเองสองคน ทำให้ชีวิตมีเรื่องราวของคนสองคนเพิ่มมากขึ้น” อรสาพูด ซึ่งการย้ายออกจากบ้านของลูกชายคนเดียวก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับครอบครัวที่มีเชื้อสายจีน "เท่าที่คุยกับเพื่อน ๆ มา เจอปัญหานี้หมด ครอบครัวคนจีนจะต้องคิดว่าแต่งงานแล้วจะอยู่ที่ไหน เราก็นึกว่าสบายดีอยู่บ้านพ่อแม่ แทบไม่ต้องทำอะไรแต่ยังไงก็ไม่เหมือนกับการมาอยู่กันสองคนเป็นอิสระ มีโลกของตัวเองจริง ๆ ตอนก่อนบอกก็ค่อนข้างลำบากใจ แต่พอเราตัดสินใจ ที่บ้านก็เข้าใจ” สัมพันธ์เล่า และแม่ของเขาก็มีส่วนช่วยอย่างมากในการหาบ้านหลังใหม่
"วันที่รู้สึกแย่จากที่ทำงาน จะอยากกลับบ้านเพราะรู้ว่ามีใครสักคนรออยู่ แม้จะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาก็ยังดีกว่ากลับไปบ้านแล้วต้องนั่งบอกตัวเองว่า ‘เฮ้อ พรุ่งนี้เอาใหม่แล้วกัน!’"

ห้องทำงาน
“ห้องนี้ตั้งใจให้เป็นห้องที่ดูน่าสบาย เป็นห้องที่เป็นเรามาก ๆ เป็นทุกความสนใจของเรา” อรสาอธิบาย พรมปูพื้นเป็นผ้าทอจากอุซเบกิซสถาน อรสาซื้อตู้ใส่หนังสือให้เช่าสมัยก่อนมาทำสีใหม่ เบาะจาก นันทขว้าง โคมไฟตั้งพื้นอายุราว 30-40 ปี ที่เพื่อนให้เป็นของขวัญสัมพันธ์ชอบถ่ายภาพจึงคอยหมุนเวียนเปลี่ยนภาพอยู่เสมอ
ทั้งคู่ใช้เวลาประมาณปีหนึ่ง กว่าจะมาเจอคอนโดฯ นี้ “เราไปดูบ้านมาเยอะมาก ตั้งแต่ 100 ตารางเมตร จน 180 ตารางเมตร ที่แรกที่คิดว่าจะเอาคือ 100 ตารางเมตร แต่เจ้าของเอาไปขายคนอื่นก่อน ผิดหวังนะ เพราะวันที่ถือเช็คไป เจ้าของบอกไม่ขายแล้ว ทั้ง ๆ ที่ตกลงจะขายให้เราในราคาเท่านี้ ในวันที่เราจะเอาเงินไปจ่าย อารมณ์ของคนกำลังจะได้บ้าน เขากลับบอกว่าจะขายให้อีกคนที่เป็นต่างชาติได้ราคามากกว่าเรา เรียกว่าตราบใดที่ยังไม่มีการเซ็นต์ชื่อ การต่อรองซื้อขายก็ยังไม่จบ เป็นบทเรียนมาก” อรสาพูด
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งคู่ก็มาเจอที่นี่ ซึ่งก็ตรงกับใจทุกอย่าง สัมพันธ์บอกว่า “พอมาเจอที่นี่ เรียกว่าไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว ผมได้อยู่ใกล้บ้านพ่อแม่ แค่เดินไปก็ถึง พ่อแม่ก็อุ่นใจ” ขณะเดียวกันที่อรสาเองก็ปลื้มไม่แพ้กัน “เราไม่อยากใช้เงินในราคาเท่ากัน มีบ้านหลังใหญ่มากแต่อยู่นอกเมือง คือคงใช้เงินพอๆ กันแต่ให้บ้านใหญ่แบบพระราชวังที่อยู่ไกล ๆ ต้องตื่นตี 4 มาทำงาน ตอนนี้เดินไปทำงานได้ มี 3 ห้องนอน โลเคชั่นดี และตอบโจทย์ทุกอย่างอยู่ใกล้ห้างเอ็มโพเรียม ใกล้บ้านแม่ ใกล้ที่ทำงาน และเราได้คุยกับหลาย ๆ คนที่อยู่ที่นี่ก่อน เราอยากอยู่ในห้องที่จนที่สุดในตึกที่รวยที่สุด ไม่อยากอยู่ในห้องที่รวยที่สุดของตึกที่จนที่สุด เพื่อนบ้านที่นี่น่ารักทุกคน ห้องข้าง ๆ เป็นคนเซี่ยงไฮ้ อายุ 70 แล้ว อยู่กันสองคน วันที่เราทำบ้านเสร็จ ทั้งสองคนเดินมา มีขนมคุ้กกี้ธรรมดากับการ์ดแผ่นเล็ก ๆ แนบมาว่า ‘ยินดีด้วยนะ สำหรับบ้านใหม่’ ประทับใจ เพราะชีวิตในกรุงเทพฯ ที่จะมีเพื่อนบ้านที่ดีไม่ง่าย”

บริเวณห้องรับแขกวางเตียงนอนเด็กผู้ชายของชาวคหบดีจีนสมัยโบราณผูกด้วยสายคาดเอวของนักเต้นรำ ทั้งคู่ได้มาจากร้านขายของเก่าที่เมือง Fez ประเทศโมร็อคโคและที่แขวนเสื้อของเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงจีนพื้นวางเก้าอี้เล็ก ๆ ที่คนต่างจังหวัดในอดีตร้อยขึ้นหาบไปให้ลูกค้านั่ง
อรสามีความสนใจในเรื่องการตกแต่งบ้านมาโดยตลอด เธอจึงรู้ความต้องการชัดเจนและโจทย์ที่บอกมัณฑนากรคือ “ขอบิลท์อินน้อยที่สุด ขอบ้านที่เป็นบ้านไม่ใช่ตู้โชว์ไม่ต้องการบ้านที่สวยลงหนังสือทุกเล่มแล้วสุดท้ายเจ้าของบ้านอยู่ไม่สบาย ของทุกชิ้นที่เห็นจะต้องเข้ากับบ้าน จะบอกภาพรวมไปเลยว่า อารมณ์ทั้งบ้านโทนแบบนี้ จะนิ่งมาก ๆ ทุกอย่างลอยตัวพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลา บิลท์อินจะมีแค่ 3 ที่ ตู้หนังสือ ตู้เสื้อผ้า และชั้นวางซีดีในห้องฟังเพลง”
ห้องชุดนี้ใช้เวลาเพียง 6 เดือนก็ออกมาสวยอย่างที่เราได้เห็นกัน แต่อรสาก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการรักษาให้บ้านดูดีอยู่เสมอด้วย เธออธิบายว่า “บ้านเราจะเป็นอย่างนี้ตลอด ฝึกแม่บ้านว่า พร้อมรับแขกทุกวัน แต่เราไม่มีแขกนะ คือ นึกถึงเวลาเรากลับมาถึงบ้านแล้วเห็นบ้านในแบบที่เราอยากเห็น”
"เราไม่อยากใช้เงินในราคาเท่ากัน มีบ้านหลังใหญ่มากแต่ต้องอยู่นอกเมือง คือคงใช้เงินพอ ๆ กัน แต่ได้บ้านใหญ่แบบพระราชวังที่อยู่ไกล ๆ ต้องตื่นตี 4 มาทำงาน ตอนนี้เดินไปทำงานได้"
“บ้านเสร็จแล้ว รู้เลยว่าในชีวิตตัวเองไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ ความสุขจริง ๆ คือการอยู่กับตัวเองและทำสิ่งที่ชอบ ซึ่งตอนนี้ไม่มีเวลาทำสิ่งเหล่านั้นเลย อยากวาดรูป อยากทำกับข้าว อยากใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่ตัวเองอยากได้จริง ๆ เพราะแต่ก่อนก็อยู่บ้านพ่อแม่ เป็นฝันที่ไม่เสร็จเสียที ที่นี่ทำให้รู้สึกว่าเราอยากได้อะไรในชีวิต สิ่งที่เราอยากได้มันคือแค่นี้ ไม่อยากได้อะไรมากกว่านี้” อรสา ทิ้งท้าย และสัมพันธ์ก็เสริมว่า “เราไม่ใช่มีเงินเยอะ กว่าเราจะได้ขนาดนี้ เราต้องศึกษาเยอะก็เลยเป็นเรื่องของความรู้สึกที่เราผูกพัน และก็ภูมิใจกับทุกอย่างที่เราเลือกมา" แต่ละที่มา จึงกลายเป็นความทรงจำและเสน่ห์อันไม่อาจลืมของห้องชุดห้องนี้
ผนังแต่งด้วยภาพถ่ายจากการเดินทางผลงานของ สัมพันธ์ ผนังห้องทั้ง 2 ด้านเป็นชั้นวางแผ่นเสียง ซีดี
ห้องนอน
ผ้าปูเตียงเป็นผ้าทอจากอุซเบกิซสถาน เสื้อฑิเบตแขวนตกแต่งบนผนังหัวเตียงจะเปลี่ยนไปตามโอกาส ทั้งคู่ได้ไอเดียการทาผนังห้องเป็นสีส้มจากการไปเที่ยวโมรอคโค โคมไฟข้างเตียงจากจตุจักร ตั่งปลายเตียงจากบาหลี อรสาชอบคำว่า Say No Later to Love – อย่ารอที่จะรักใครสักคน คำพูดของ William Shakespare ที่อ่านเจอในนิตยสาร จึงทำสติ๊กเกอร์ติดไว้ที่ประตูห้องแต่งตัว
โถงทางเดินสู่บริเวณห้องนอนแต่งด้วยชั้นวางตุ๊กตาหุ่นกระบอกและกล่องหลายรูปแบบจากประเทศต่าง ๆ
ห้องน้ำ
เธอใช้เชี่ยนหมากเก่ามาวางเรียง ๆ กันเพื่อใส่ของกระจุกกระจิก ชั้นวางของไม้ติดผนังจากเนปาล ตุ๊กตาชุดแต่งงานจากประเทศปราก ภาพวาดเป็นการวาดแบบ Farmer painting อรสาซื้อมาจากเซี่ยงไฮ้ “อยากให้ห้องน้ำดูเป็นผู้หญิงมาก ๆ กลัวบ้านนี้ดูแข็ง ๆ และเป็นห้องที่ใช้ทุกวันด้วย พยายามหาวิธีไม่ให้ห้องดูโมเดิร์น อยากให้ไปกับส่วนอื่นของบ้านด้วย” อรสาอธิบาย
"อรสาซื้อตุ๊กตาหุ่นกระบอกทั้งจากประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย เวียดนาม และที่เธอชอบเพราะ “ชอบแนวคิดของตุ๊กตาหุ่นกระบอกที่จะไม่สามารถขยับตัวเองได้จนกว่าจะมีคนดึง เหมือนกับคน ที่จะมีคนรอบ ๆ ข้างค่อย ๆ ขยับเราไปมา ชีวิตเราเหมือนตุ๊กตาเลย เพียงแต่ว่าเราจะยอมให้คนอื่นดึงเรามากน้อยแค่ไหน"

ปิ่นโต อายุ 60 ปี ของแม่ของอรสาสำหรับใส่ของมีค่าในงานหมั้นตามธรรมเนียมจีน เป็นแรงบันดาลใจให้เธอเริ่มสะสมของเก่า
Home truths
ของชิ้นที่ประทับใจที่สุด
อรสา: กล่องปิ่นโตของแม่ เป็นแนวคิดเริ่มต้นของบ้านนี้ทั้งหมด ถ้าวางลงไปก็จะเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมด ไม่มีอะไรตื่นเต้นหรือหลุดออกจากปิ่นโตนั้นเลย แต่จริง ๆ ของทุกชิ้นที่เลือกมาใช้ใจเลือก และใช้ความพยายามในการเอามาวางเอามารวมกันเหมือนจิ๊กซอว์ที่เอามาต่อ ๆ กันเป็นบ้านหลังนี้
สัมพันธ์: อัลบั้มรูป เพราะเป็นของชิ้นเดียวที่เราไม่สามารถหาซื้อได้ เป็นความทรงจำของเราสองคน
สถานที่ท่องเที่ยวโปรด
อรสา: อินเดีย เป็นทริปที่เราไปฮันนีมูนกันเป็นประเทศที่ผสมระหว่างความแย่กับความดีเป็นความอลังการของงานก่อสร้าง เป็นความน่าสะพรึงกลัวของคนและวัฒนธรรม แต่ถ้าเป็นไปได้จะกลับไปใหม่
สัมพันธ์: ความรู้สึกเหมือนอะไรที่ได้มายากก็จะประทับใจ เหมือนกว่าจะได้บ้านนี้มาก็ไม่ใช่ง่าย อินเดียนี่ก็ลำบาก เวลาเที่ยวมีความกดดันสูงมาก พอกลับมาก็จะมาคิดว่าผ่านมาได้ยังไงแต่ถึงขนาดลำบากขนาดนี้ เวลาไปเห็นสถาปัตยกรรมของเขาเหมือนคนละโลกเลย
อรสาซื้อตุ๊กตาหุ่นกระบอกทั้งจากประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย เวียดนาม และที่เธอชอบเพราะ “ชอบแนวคิดของตุ๊กตาหุ่นกระบอกที่จะไม่สามารถขยับตัวเองได้จนกว่าจะมีคนดึง เหมือนกับคน ที่จะมีคนรอบ ๆ ข้างค่อย ๆ ขยับเราไปมา ชีวิตเราเหมือนตุ๊กตาเลย เพียงแต่ว่าเราจะยอมให้คนอื่นดึงเรามากน้อยแค่ไหน”
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Livingetc ฉบับภาษาไทย