เรื่อง พิมพิดา กาญจนเวทางค์ ภาพ อดุลย์เดช สุขอร่าม

ความน่าสนใจของผู้ชายคนนี้อยู่ที่การเลือกมองโลกในมุมที่แตกต่างและมีแนวคิดแฝงปรัชญา ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาจุดด้อยให้กลายเป็นจุดเด่น หรือ การคิดออกนอกกรอบก็ล้วนแล้วแต่ทำให้งานของเขาโดดเด่นด้วยความคาดไม่ถึงของผู้ที่ได้พบเห็น
ประวัติ
จบเอกการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เริ่มทำงานตั้งแต่ตอนเรียน ทำแบบประกวดงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เริ่มงานที่เป็นของตกแต่งบ้านกับที่ Planet 2001 จากที่นี่ ผมได้เรียนรู้ปรัชญาการออกแบบ เป็นเรื่องของมุมมอง งานชิ้นแรก ‘Loft Lounge Chair’ ที่ทำก็ได้ไปโชว์ที่ Gallery 91 เมืองนิวยอร์กในปี ค.ศ. 2003 หลังจากนั้นก็ได้โปรเจคท์ต่อเรื่อยมา พอเรียนจบก็เข้าไปทำให้ร้าน Allliving ที่ Discovery ทำให้ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจมากขึ้น อย่างเรื่องการขายปลีก ส่วนตอนที่จะได้มาทำให้ Restrogen ซึ่งผลิตสินค้าส่งออกให้กับแบรนด์ใหญ่ ๆ ที่ประเทศอเมริกาอยู่แล้วเช่น Baker ที่อเมริกา บางร้านในศูนย์การค้าเกษร โรงแรมเมโทรโพลิแทน โรงแรมโอเรียลเต็ล ผมเห็นว่าที่นี่มีศักยภาพในการผลิตสินค้า ก็เลยอยากทำอะไรเพิ่มขึ้นมาจากสายการผลิตเดิม
จุดเด่นของงาน
ลูกค้าหลายคนที่ชอบในงานของผมเหมือนว่าจะเว้นคำตอบปลายทางไว้ว่าเราจะทำอะไรออกมา แนวคิดน่าจะเป็นหลักการที่เรามองวัสดุผ่านไปถึงสัจจะของมันว่า วัสดุจะเป็นตัวของตัวเองได้ยังไง ด้วยเสน่ห์ของตัวมันเองน่าจะเป็นเรื่องของมุมมอง คงคิดว่า ผมคงไม่ได้ทำอะไรที่เหมือนคนทั่วไป ให้เรื่องราวที่สามารถเอาไปพูดต่อ คุยต่อได้ อย่างเก้าอี้ Pare นั้น ผมจะพูดถึงวัสดุเป็นหลัก โปรโมเตอร์ที่เลือกงานผมไปแสดงที่นิวยอร์กบอกว่าโดยทั่วไปในยุโรป งานจะซ่อนจุดอ่อนของตัวเองแต่เมื่อเห็นงานของผมแล้วรู้สึกว่า มันน่าจะภูมิใจที่เป็นตัวของตัวเอง โชว์ปลายของหวายที่ไม่เป็นระเบียบ เขามองว่า เป็นเสน่ห์ของตัววัสดุเอง ในขณะที่คนอื่นไม่เคยทำออกมาเป็นสิ่งที่คนอื่นไม่คาดคิดไม่คาดฝันว่าจะได้เจอ
รูปแบบการทำงาน
ถ้าลูกค้ามีแบบในหัวแล้ว ผมจะบอกว่าผมหาคนเขียนแบบให้ได้ แต่ถ้าอยากให้ผมออกแบบก็น่าจะมาเรียนรู้ด้วยกัน ทุกครั้งที่ผมทำ ผมจะไม่ได้คิดว่าผมเป็นคนเก่ง ตั้งแต่เริ่ม แต่ผมจะเริ่มเรียนรู้ใหม่ทุกครั้งกับงานที่ผมทำมากกว่า ผมจะใช้งานสานก็ควรจะเข้าไปดูว่ามันมาจากไหน หวายโตมาจากไหน คนที่สานทำอะไรได้ น่าจะให้เขาเรียนรู้กับตัวเองว่าเขาจะทำอะไรได้มากกว่า เหมือนเราจะแต่งงานกับใครสักคนไม่ใช่แค่มองปลายทางว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงในทางกลับกัน หากเรามองว่า ได้เรียนรู้เขาว่าเขาเป็นคนยังไง แล้วเข้าใจเขา น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

เสน่ห์ของการออกแบบ
เราโตไปกับมัน เราเรียนรู้อะไรบางอย่างกับสิ่งที่เราทำขึ้นมา
ชอบออกแบบตั้งแต่เมื่อไร
ผมมองว่า จริง ๆ แล้วทุกคนเป็นนักออกแบบตั้งแต่เกิด เราตื่นมาเรารู้โดยอัตโนมัติว่าเราควรหวีผมก่อน หรือแปรงฟันก่อน หรือล้างหน้าก่อน เมื่อมองกลับกันแต่ละคนยังทำไม่เหมือนกันเลย แต่ละคนมีสิ่งที่วางแผนไว้ล่วงหน้าแตกต่างกัน การมาทำงานออกแบบจึงเหมือนการเข้ามาอยู่ในกระบวนการธุรกิจมากกว่าจริง ๆ แล้วทุกคนออกแบบ เพียงแต่ว่าเราใช้คำว่าออกแบบในชีวิตประจำวันมากแค่ไหนเพราะถึงผมออกแบบเก้าอี้มาตัวหนึ่ง ลูกค้าที่ซื้อไปก็ต้องไปเลือกว่าเขาควรจะไปวางไว้ที่ไหน ควรซื้อสีอะไร
นักออกแบบในดวงใจ
ผมชอบแนวคิดของ Reem Kool Haas ชาวเนเธอร์แลนด์ ที่มองเรื่องของสัดส่วนและความเหมาะสมในชีวิต และการคิดค้นต่าง ๆ ที่เขาพยายาม และ Zaha Hadid ชาวอิสราเอล งานเขาเหมือนอยู่ในจินตนาการ
แผนในอนาคต
ผมคิดเหมือนเด็ก สอบ ป. 1 ผ่านก็เฮ ป. 2 ผ่านก็เฮ ตอนเด็ก ๆ อยากเป็นนักฟุตบอล แต่ด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ที่สอนเรา ผมรู้สึกว่ายังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำ ยังอยากเล่นดนตรี เป็นศิลปินวาดภาพลึก ๆ คงอยากเป็นคนรวย แต่รวยแค่ไหนเราถึงจะพอ นี่เลยยังไม่ใช่คำตอบ ผมคงไม่ได้มองจริงจัง แต่มองไว้หลาย ๆ ทาง คงอยากทำอะไรอีกหลายอย่าง
คติพจน์
ใช้ชีวิตให้มีความสุขทุกวัน ผมมองว่า การได้ทำอะไรที่เรามีความสุขกับมัน ผมเชื่อว่าสิ่งนั้นที่เราทำก็น่าจะให้ความสุขกับคนอื่นด้วย

ถ้าต้องออกแบบเป็นชิ้นสุดท้ายจะเลือกทำอะไร
เป็นคำถามที่ทำให้ผมโลภมากเลย เพราะผมยังอยากออกแบบอะไรอีกหลายอย่าง ถ้าต้องทำจริง ๆ ผมคงอยากเห็นพิพิธภัณฑ์ดี ๆ ในเมืองไทย เหมือนเวลาเราไปออสเตรเลีย ไปฝรั่งเศส ก็จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วสิ่งแวดล้อมที่เราเติบโตขึ้นมาจะมีส่วนในสังคมนั้น อย่างเรื่องออกแบบอาจเป็นเรื่องธรรมดามากในยุโรป เพราะตั้งแต่เด็ก เขาก็จะได้ไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ แกลเลอรี่ ตลาดนัด โชว์ต่าง ๆ แต่ถ้าถามว่า ผมอยากทำให้เยอะเหมือนเขาไหม ก็คงไม่ เพราะมันคงจะไม่เท่เลย ถ้าทุกประเทศมีอะไรเหมือนกันหมด ผมคงอยากทำพิพิธภัณฑ์ที่สามารถปรับเปลี่ยนหมุนเวียนได้เรื่อย ๆ ทั้งของเก่า ของใหม่ อาร์ตหรือไม่อาร์ตก็ได้ โชว์เครื่องยนต์แห่งปี หรือจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมแห่งชาติ หมุนเวียนกันไป ให้เป็นทางเลือกหนึ่งของชีวิตที่ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า
สนใจชมงาน อานนท์ เพิ่มเติมได้ที่ www.anonpairot.com
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Livingetc ฉบับภาษาไทย